2.1

ความเครียด เป็นสิ่งที่ไม่มีใครต้องการหรืออยากให้เข้ามาอยู่ในชีวิตนัก เพราะเป็นบ่อเกิดแห่งการสะสมของโรคต่างๆ มากมายที่เป็นโรคยอดฮิตในสมัยนี้ รู้ทั้งรู้ว่าคือบ่อสะสมโรคแต่ยากนักที่เราจะหลีกหนีเจ้าความเครียดนี้ได้อย่างจริงจัง เพราะบางครั้งเราแทบจะไม่รู้ตัวเลยว่า ความเครียดมาเกาะกินอยู่ในจิตใจเราเสียแล้ว จนเราเกือบจะไม่เป็นอันกินอันนอน หรือเมื่อเราล้มป่วยลงนั่นเอง

อะไรที่ทำให้เรารู้ว่ายากในการจัดการกับเจ้าความเครียด ก็มาจากการที่เราไม่รู้ว่าเจ้าความเครียดมาอยู่กับเรานั่นเอง ถ้าไม่รู้ว่านี่คือความเครียดการจัดการก็ย่อมยาก สิ่งแรกที่ควรฝึกฝนก็คือ ต้องรู้ให้ชัดว่าเจ้าสิ่งที่เรากำลังเป็นกำลังรู้สึกมันคือความเครียด ลองมาดูกันไหมคะว่าความเครียดมีลักษณะอย่างไร ซึ่งแบ่งได้ 3 ด้าน คือ

1.ความเครียดทางด้านร่างกาย จะส่งผลต่อระบบประสาทอัตโนมัติต่างๆ ในร่างกาย จนเป็นโรคอ้วน โรคความดันสูง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดอุดตัน โรคแผลในกระเพาะอาหาร โรคภูมิแพ้ และที่สำคัญสะสมจนเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งในส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ง่ายกว่าคนทั่วไป

2.2

2.ความเครียดทางด้านจิตใจและอารมณ์ สภาวะจิตใจจะเต็มไปด้วยการหมกมุ่นครุ่นคิด ไม่สนใจสิ่งรอบตัว และใจลอย ขาดสมาธิ มีความขุ่นมัวในจิตได้ง่าย โกรธง่าย ไม่มีความอดทนต่อสิ่งเร้าที่เข้ามากระทบความรู้สึก ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง เศร้าซึม คับข้องใจ วิตกกังวล จนไม่สามารถจัดการกับชีวิตของตัวเองได้ บางรายถ้าสะสมความเครียดมายาวนานอาจถึงขั้นมีอาการทางจิตประสาทได้

3.ความเครียดทางด้านพฤติกรรม พฤติกรรมที่แสดงออกของแต่ละบุคคลย่อมแตกต่างกันไป บางคนอาจเบื่ออาหาร บางคนอาจหิวตลอดเวลาจนต้องบริโภคอาหารตลอดเวลา บางคนนอนไม่หลับ ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานน้อยลง เริ่มปลีกตัวออกจากสังคม บางครั้งถึงกับเข้าหาและอบายมุข เช่น เหล้า การพนัน บุหรี่ ยาเสพติด ฯลฯ บางรายมีพฤติกรรมก้าวร้าว ทำร้ายตนเองและผู้อื่น หรือหลงผิดตัดสินใจเพียงชั่ววูบด้วยการฆ่าตัวตาย

เจ้าความเครียด จะส่งผลต่อร่างกายและจิตใจของเราอย่างยิ่ง ถ้าเราไม่รู้ตัวว่านี่คือความเครียด เรายิ่งรู้ตัวเร็วเมื่อไรยิ่งเป็นผลดีต่อสุขภาพร่างกายของเราเอง ซึ่งวิธีการต่างๆ ก็มีให้เลือกหลากหลายแล้วแต่เราจะชอบแบบไหน แต่ในที่นี้เราจะเลือกวิธีการเขียน เพื่อให้เราได้ระบายเจ้าความเครียดนี้ออกไป หรือแม้แต่จะได้รับรู้ได้ไวขึ้นว่า เรากำลังเครียดอยู่ เพราะบางคนไม่ยอมรับว่าตนเองเครียดหรือยอมรับไม่ได้ว่าเครียด

2.3

การเขียนระบายความในใจ เป็นการเขียนบันทึกปลดปล่อยความรู้สึกภายในใจของเราที่คั่งค้างอยู่ภายในและไม่สามารถสื่อออกมาเป็นคำพูดให้ใครรับรู้ได้ อาจเนื่องมาจากไม่อยากเปิดเผยความลับ หรือแม้แต่สื่อไม่ได้เป็นคำพูด ซึ่งการเขียนนี้จะเก็บเป็นความลับของคุณเอง ให้ระบายทุกเรื่องได้อย่างสบายใจ ให้พยายามหาพื้นที่เงียบๆ อยู่เพียงลำพังและลงมือเขียนระบายความรู้สึกทั้งหมดออกมาไม่ว่าสิ่งนั้นจะดีหรือร้าย โดยไม่ต้องกลัวว่าใครจะรู้ในสิ่งไม่ดีของเรา

เมื่อได้ลงมือเขียนความรู้สึกทั้งหมดที่มี คุณจะเริ่มอารมณ์เย็นลง ทำให้คุณมีเวลาคิดทบทวนมากขึ้น ได้ลำดับเหตุการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้น มีสติในการพิจารณาและวิเคราะห์เหตุการณ์ทั้งหมด เมื่อได้จดจ่อกับอารมณ์และตัวอักษรที่บรรจงเขียนด้วยลายมือของตนเอง เราจะค้นพบสาเหตุของความเครียดหรืออารมณ์โกรธเคืองที่มีอยู่ในขณะนั้น เมื่อเราได้อ่านทบทวนและค้นพบสาเหตุจริงๆ เราจะจัดการกับอารมณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างเข้าใจและเหมาะสมมากขึ้น โดยไม่ไปกระทบกับคนรอบข้าง เป็นส่วนหนึ่งของการรักษาสัมพันธภาพให้ดำรงอยู่ต่อไปด้วยดี และอารมณ์ของเราก็ได้ถูกถอดถอนออกจากความเครียดได้ด้วย

ลองทำดูนะคะ ในแต่ละวันก่อนนอนหัดเขียนบันทึกความรู้สึกระบายความในใจ นอกจากได้เรื่องการระบายความทุกข์ความสุขแล้ว ยังได้เรียบเรียงความคิดของเราได้ หันกลับมาวิเคราะห์การกระทำของเราได้อีกด้วย เมื่อปลดปล่อยทุกอย่างออกไปจากใจเรา ย่อมทำให้เราหลับอย่างสุขสบาย สิ่งที่เป็นของแถมของชีวิต คุณอาจจะได้รับการสะสมการฝึกเขียนจนถอนตัวไม่ขึ้น และอาจค้นพบความสามารถพิเศษของตนเองในอนาคตข้างหน้าก็ได้นะคะ

Save