เพิ่มกลิ่นอายความคลาสสิคให้สวนประจำบ้าน..ด้วยไอเดียจากของเหลือใช้

อยู่บ้านกันมานานหลายปี เชื่อว่าเพื่อนๆ ส่วนใหญ่จะต้องมีของสะสมเล็กๆ น้อยๆ หรือของใช้ที่มันกลายเป็นของเหลือใช้ไปแล้วในตอนนี้ ก่อนจะตัดสินใจหยิบมันไปทิ้งอย่างน่าเสียดายหรือวางตั้งไว้ให้ฝุ่นเกาะแบบไร้ประโยชน์ เรามีไอเดียดีๆ ที่จะช่วยเสริมเสน่ห์ให้บ้านดูคลาสสิคและเก๋ไก๋แบบไม่เหมือนใคร ไม่ต้องไปขวนขวายมองหาของตกแต่งราคาแพงๆ มาใช้ เพียงแค่ใช้ไอเดียกับของที่มันดูไร้ค่าแล้ว นำมาทำให้เกิดประโยชน์ใหม่ สร้างมุมสวยให้บ้าน และแถมยังเติมบรรยากาศให้สวนสีเขียวดูมีชีวิตชีวายิ่งขึ้นอีกเป็นกองเลยล่ะค่ะ

5.1

กรงนกเก่ากับไม้เลื้อย

กรงนกที่ผ่านการใช้งานและยังอยู่ในสภาพดีอยู่ อาจจะมีร่องรอยของสนิมติดอยู่บ้าง แต่มันคือความสวยงามแบบธรรมชาติที่จะเติมเสน่ห์ให้กับกรงเหล่านี้ดูคลาสสิคยิ่งขึ้น ลองจับเอากรงและต้นไม้สีเขียวมาใช้ประโยชน์ร่วมกัน กรงสีจืดๆ ธรรมดาอาจจะดูไม่ค่อยเข้าที ลองพ่นสีสดใสตัดกับสีเขียวของต้นไม้อย่างสีเหลืองหรือสีแดงเข้ม จากนั้นให้วางกระถางไม้เลื้อยไว้ด้านใน แขวนเอาไว้ในมุมโปรด ไม่นานไม้เลื้อยจะเกาะเกี่ยวไปตามซี่ลูกกรงและกลายเป็นความสวยงามแบบไม่เสแสร้งที่แสนสมบูรณ์แบบเลยทีเดียวค่ะ

เบาะรองนั่งราคาถูก เบาะนั่งสมาธิขายส่ง ทางนี้เลยจร้าา

เบาะนั่ง-เบาะรองนั่งราคาถูก เบาะนั่งสมาธิขายส่ง

ทางเข้าสวนด้วยซุ้มประตูไม้เก่า

ลองเปลี่ยนจากสวนธรรมดาที่กว้างๆ ให้ดูมีลูกเล่นมากขึ้น ตั้งแต่ความสวยงามแบบง่ายๆ ที่เราพบเห็นได้ไม่บ่อยนักนั่นก็คือการสร้างพื้นที่ให้มีทางเดินเข้าสู่ตัวบ้าน เป็นประตูหน้าสวนที่เปิดต้อนรับเพิ่มความโดดเด่นให้บ้านอีกทอดหนึ่ง เลือกใช้ลวดลายประตูไม้แบบคลาสสิคบานเก่าๆ โดยไม่จำเป็นต้องไปทาสีใหม่ทับ เพราะลายอดีตที่ผุพังของมันคือเสน่ห์อันน่าเย้ายวล ชวนให้สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแบบย้อนยุค ลงตัวกันได้พอดีกับสวนสีเขียว ตกแต่งเป็นซุ้มให้มีไม้เลื้อยอยู่ด้านบน บริเวณทางเดินปูด้วยอิฐมอญสีแดงเข้าสู่ตัวบ้าน ด้านหน้าอย่าลืมตกแต่งด้วยสีสันของพุ่มดอกไม้สีเขียวลงไปสักเล็กน้อยเพื่อให้มันดูมีชีวิตชีวามากขึ้น หรือจะปลูกเป็นแนวต้นไผ่ต้นเล็กๆ ร่วมด้วย ยิ่งทำให้ดูมีศิลปะการผสมผสานของสวนหลากสไตล์ได้อย่างเข้ากัน

ตู้เย็นเก่าเรามาปลูกใหม่

ตู้เย็นเก่าจนหมดสภาพ มีรอยสนิมและใช้งานไม่ได้แล้ว นอกจากจะนำไปทิ้งหรือขายให้กับร้านรับซื้อของเก่าเพียงอย่างเดียว เรายังสามารถนำเอาตู้เย็นมาใช้เป็นชั้นวางต้นไม้กระถางขนาดเล็ก จัดเอาไว้คู่กับเก้าอี้และโต๊ะในมุมโปรดสำหรับดื่มด่ำกับบรรยากาศยามเช้า ให้ดูเหมือนกับเป็นห้องพักสไตล์ Outdoor ความเข้ากันได้ของชั้นวางตู้เย็นและต้นไม้ จะช่วยทำให้สวนดูสวยงามแปลกตา แถมด้านบนของตู้เย็นยังสามารถกลายเป็นชั้นวางของ ซึ่งอาจจะตกแต่งด้วยพุ่มไม้เลื้อยห้อยๆ ลงมาที่พื้นก็ได้เช่นกัน

เก้าอี้กับเบาะพุ่มไม้

เก้าอี้สำหรับเราอาจจะใช้ประโยชน์เพื่อนั่งอย่างเดียวเท่านั้น แต่สำหรับในบทความนี้จะพาเพื่อนๆ ไปสัมผัสกับการเปลี่ยนสไตล์เก้าอี้ให้กลายเป็นพื้นที่ปลูกไม้พุ่มสีเขียวอย่างโดดเด่น โดยเลือกใช้เก้าอี้เก่าๆ ที่ผุพัง ไม่สามารถใช้งานในการนั่งได้แล้ว ยกกรอบความสูงของตัวเก้าอี้บริเวณที่นั่งขึ้นมาเพื่อให้สามารถลงดินได้ หลังจากลงดินแล้วให้ใช้ตะแกรงลวดปิดทับอีกทีนึงในกรณีที่ต้นไม้ที่ปลูกเป็นแบบเมล็ด แต่หากเป็นต้นแล้วให้ปลูกลงดินได้เลย แนะนำว่าพันธุ์ไม้ที่เลือกใช้ให้เป็นชนิดไม้พุ่ม เมื่อโตเต็มที่จะทำให้เก้าอี้ดูเหมือนมีเบาะธรรมชาติสีเขียวๆ รองรับอยู่ หากให้ดีวางคู่กับโต๊ะเก่าๆ อีกสักตัว ถ้วยน้ำชา และเก้าอี้ที่นั่งได้จริง พร้อมตกแต่งรอบๆ ที่นั่งให้เต็มไปด้วยพุ่มไม้เหมือนกับกำลังนั่งจิบกาแฟยามเช้าในสวนที่แสนสุขสงบก็ได้เช่นเดียวกัน

เห็นไหมล่ะค่ะว่าของเหลือใช้ภายในบ้าน มองให้ดีแล้วมันมีค่ามากกว่าที่เราจะทิ้งไปอย่างไร้ประโยชน์ แค่รู้จักดึงเอาความโดดเด่นในความเก่าเหล่านั้นมาใช้ ก็จะสามารถสร้างสรรค์ไอเดียให้สวนสีเขียวที่แสนธรรมดาดูมีเสน่ห์แปลกตาในราคาไม่แพง แถมยังได้รูปแบบที่ไม่ซ้ำใคร โดนใจผู้อยู่อย่างแน่นอนค่ะ

Save

Save

7 เคล็ดลับนวดหน้า

เคล็ดลับนวดหน้าเรียกคืนความขาวใสให้ผิว

ในเรื่องของความสวยความงามสำหรับผู้หญิงเราแล้วจะให้ทำอย่างไรก็ทำได้หมด จะให้ไปหาซื้อครีมราคาแพงๆ มาใช้ก็ยังได้ แต่ทว่าสำหรับใครที่ไม่ได้มีเงินจ่ายค่าครีมราคาแพงๆ ตลอดทุกเดือนขนาดนั้น ก็หันมาฟังข่าวดีทางนี้ได้เลยค่ะ เพราะเรามีเคล็ดลับหน้าใสกับการนวดหน้าบอกลาความหมองคล้ำจากผิวมาฝากกันแล้ว

จุดที่ 1 – การนวดขมับซึ่งติดกับกระบอกตาทั้งสองข้างจะช่วยผ่อนคลายความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อบริเวณรอบดวงตาได้เป็นอย่างดี ทำให้ดวงตาสดใส วิธีนวดเพียงกดนิ้วนวดวนเป็นวงกลมพร้อมออกแรงกดจากนั้นให้วนออกพร้อมกับการคลายแรงกด
จุดที่ 2 – หน้าผาก จะช่วยให้มีสมาธิ มีอารมณ์แจ่มใส สงบมากขึ้น เพียงใช้นิ้วกดลึกเข้าไป(ไม่ต้องวน)จากนั้นจึงคลายแรงกดค่ะ
จุดที่ 3 – ใต้หัวคิ้ว จะช่วยบรรเทาอาการไซนัสได้ดี วิธีกดให้ใช้นิ้วโป้งซ้อนใต้หัวคิ้วแล้วกดนิ้วขึ้นไปค่ะ จากนั้นคลายแรงลงจุดที่ 4  เป็นบริเวณกระดูกแก้มใต้ดวงตา จุดนี้จะเชื่อมต่อกับกระเพาะอาหารซึ่งช่วยเพิ่มพลังให้กับช่องท้องได้ดีเหมือนกับวิธีกดจุดที่ 2
จุดที่ 5 คาง บรรเทาอาการท้องผูกหรือช่วยแก้ปัญหาระบบขับถ่ายให้เป็นไปอย่างปกติ โดยใช้ปลายนิ้วบีบกดให้ทั่วบริเวณคางค่ะ
จุดที่ 6 นวดใต้คางไล่ไปจนถึงกราม ให้ใช้ท้องนิ้วของนิ้วโป้งรูดบริเวณใต้คางขึ้นไปที่กราม วิธีนี้จะช่วยบรรเทาอาการปวดหัวหรืออาการปวดไมเกรนได้ดี
จุดที่ 7 หลังติ่งหู ใช้วิธีกดแบบเดียวกับจุดที่ 2 ซึ่งจะช่วยกระตุ้นระบบการทำงานของลำไส้เล็กให้เป็นไปดีขึ้น
จุดที่ 8 ใบหู  เป็นวิธีนวดที่ง่ายมากเพียงบีบใบหูให้พับติดกัน จะช่วยให้การทรงตัวเป็นไปอย่างปกติค่ะ

ข้อควรระวัง! การนวดที่ดีไม่ควรออกแรงกดจุดอย่างแรงหรือทิ้งน้ำหนักปลายนิ้วหนักเกินไป เพราะจะทำให้ผิวพรรณของเราเกิดรอยช้ำและมีริ้วรอยเหี่ยวย่นได้นั่นเองค่ะ

 

3 นวดหน้า

ทาครีมไปพร้อมนวดหน้าช่วยผิวสวยสุขภาพดี

สาวๆ ทราบไหมว่าการทาครีมบำรุงผิวราคาแพงที่คุณคิดว่าเป็นครีมที่ดีที่สุดอาจจะไม่ได้ประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อเทียบกับการทาครีมบำรุงผิวราคาทั่วไปแล้วนวดหน้าไปพร้อมกัน เนื่องจากการนวดหน้านั้นจะช่วยให้เนื้อครีมซึมซาบเข้าสู่การบำรุงได้อย่างล้ำลึกและได้ประสิทธิภาพในการปกป้องดูแลผิวได้อย่างดีเยี่ยม และสาวๆ หลายคนย่อมเคยประสบปัญหากับการไม่มีเวลานวดหน้าไปพร้อมๆ กับการทาครีมเท่าไรนัก ด้วยเวลาที่เร่งรีบหลายอย่าง เพราะฉะนั้น ลองหาเวลาว่างสักวันทาครีมไปพร้อมๆ กับการนวดกดจุดใบหน้าดีไหม เพื่อให้ผิวพรรณใบหน้าขาวใส สุขภาพดีอย่างถึงที่สุดนั่นเอง มาดูกันนะคะว่าวิธีนวดหน้านั้นมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

  1. ก่อนอื่นต้องล้างหน้าและล้างมือให้สะอาดหมดจด เพื่อเตรียมนวดหน้านั่นเอง
  2. ทาครีมบำรุงผิวลงบนใบหน้า และควรเลือกครีมที่เหมาะสมกับสภาพใบหน้าเรา เช่น หากคุณเป็นสาวผิวแห้งก็ควรเลือกชนิดที่มีมอยส์เจอไรเซอร์เข้มข้น โดยใช้ครีมแต้มบริเวณในส่วนทีโซนทั้ง 5 จุด ได้แก่ หน้าผาก แก้มสองข้าง จมูกและคาง
  3. ทาครีมที่แต้มไว้ให้ทั่วใบหน้า แล้วเริ่มนวดโดยใช้นิ้วชี้ทั้งสองข้างกดไปที่หัวคิ้วทั้งสอง จากนั้นค่อยๆ นวดไล่วนไปยังไรผม แล้วกดนวดตามแนวไรผมลงมาในแต่ละข้างจนถึงบริเวณขมับ ให้ทำอย่างนี้ซ้ำอีก 3-4 ครั้ง
  4. ให้ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางทั้งสองข้าง นวดขมับทั้งซ้ายและขวาวนแบบวงกลม แล้วนวดวนไล่มาตามแนวไรผมผ่านกรามลงมาจนถึงคาง
  5. ใช้นิ้วชี้ นิ้วกลางและนิ้วนาง แตะปลายจมูกทั้ง 2 ข้างแล้วลูบไล้ออกไปยังขมับ ให้ทำซ้ำอีก 2 ครั้ง แล้วจึงนวดไล่ระดับให้ต่ำลงเรื่อยๆ จนถึงระดับคางค่ะ
  6. ให้นวดวนรอบดวงตาโดยใช้นิ้วนางแตะขมับแล้วลากลงอย่างเบามือจนโค้งไปทางแนวหัวตา จนกระทั่งนิ้วไปหยุดที่หัวคิ้ว ให้ทำซ้ำเช่นนี้อีก 4-5 ครั้ง
  7. นวดใบหูโดยใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้นวดติ่งหูเบาๆ แล้วค่อยๆ บีบไล่ขึ้นไปยังใบหูด้านบน จากนั้นนวดไล่ลงมาอีกครั้ง ให้ทำซ้ำอีก 4-5 ครั้ง
  8. ให้ถูฝ่ามือเบาๆ จนสัมผัสได้ถึงความอุ่น แล้วนำฝ่ามือมาอังรอบดวงตาให้รู้สึกได้ถึงความผ่อนคลายสักครู่ เพียงแค่นี้ผิวพรรณบนใบหน้าก็ได้รับความผ่อนคลายอย่างทั่วถึงแล้วค่ะ

 

 

 

10

แค่เลือกเครื่องสำอางใช้ให้เป็นก็เลี่ยงสิวได้

หากสาวๆ กังวลว่าการแต่งหน้าจะทำให้เราเกิดสิวได้นั้น ขอบอกเลยว่าไม่แน่นอน หากว่าสาวๆ ทำตามคำแนะนำที่เราได้แนะนำกันในครั้งนี้ หากอยากสวยใจต้องกล้าที่จะลองนะคะ แต่สิ่งที่สำคัญก็คือ การเลือกใช้เครื่องสำอางที่เหมาะกับผิวหน้าและเป็นเครื่องสำอางที่เราใช้แล้วไม่แพ้นั้นเอง

โดยเรามีวิธีในการที่จะเลือกเครื่องสำอางต่างๆ ได้ดังนี้

โดยการเลือกครีมรองพื้นที่มีส่วนผสมของ Benzoyl peroxide  หรือ  Retin-A  จะไม่ทำให้เกิดสิวขึ้นตามบนใบหน้าของเราได้อย่างแน่นอน โดยยิ่งถ้าหากเลือกครีมรองพื้นที่มีส่วนผสมของสารกันแดดด้วย ยิ่งจะทำให้ลดการเกิดสิวขึ้นได้อย่างแน่นอน

แป้งแต่งหน้าที่เราใช้แต่งหน้าก็ช่วยให้สิวที่เกิดขึ้นมาลดลงได้ โดยเราควรเลือกแป้งแต่หน้าชนิดที่ทาแล้วโปร่งแสง (Translucent powders) เพราะแป้งชนิดนี้จะมีส่วนผสมของน้ำมันอยู่ด้วย นอกจากจะลดการเกิดสิวแล้วยังช่วยให้ผิวของเราสดใส  และที่สำคัญแป้งชนิดนี้ไม่ทำให้เกิดสิวอุดตันอย่างแน่นอน เพราะแป้งชนิดนี้มีส่วนประกอบที่สำคัญเช่นเดียวกับแป้งของทารก นั้นเอง

การเลือกใช้บรัชออนก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกัน เพราะโดยทั่วไปมักจะพบว่า สิวที่เกิดขึ้นนั้นมักพบในบริเวรแก้มของเรานั้นเอง โดยเมื่อสิวเกิดบริเวณแก้มก็ต้องมีสาเหตุมาจากบรัชออนไม่มากก็น้อย ดังนั้นเราจึงแนะนำบรัชออนชนิดฝุ่นจะดีกว่าแบบเนื้อวาสลิน

เป็นยังไงบ้างค่ะ สาวๆ ทั้งหลาย เลิกกังวลและเลิกกลัวการแต่งหน้าดีกว่าค่ะ การแต่งหน้านอกจากจะช่วยลดการเกิดสิวแล้วยังช่วยดูและผิวของเราให้สวยอยู่เสมอๆ อีกด้วย และที่สำคัญ ยังช่วยบำรุงผิวของเราให้สวยอยู่เสมออีกด้วย เพราะทุกวันนี้เครื่องสำอางต่างๆล้วนแล้วช่วยบำรุงผิวของเราให้ดีขึ้นมากอีกด้วย

6

รู้ไว้! อาหารอะไรทานแล้วสิวขึ้น

สาวๆ ที่กำลังสงสัยว่าทำไม๊ทำไมสิวถึงได้ขึ้นตามบนใบหน้าของเราหนัก ทั้งๆ ที่ก็นอนหลับผักผ่อนอย่างเพียงพอ รักษาความสะอาดตามใบหน้า และก็ไม่ได้มีปัญหาเรื่องของการใช้ครีมที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดสิวเลยซักนิดเดียว  แต่ก็ยังจะเป็นสิวอยู่รำไป

หากยังสงสัยกันอยู่ละก็ว่าทำไมถึงมีสิว วันนี้เรามีอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดสิวได้นั้นก็คือ อาหารที่เรารับประทานกันอยู่เป็นประจำนั้นเอง โดยอาหารที่เสี่ยงจะทำให้เกิดสิวขึ้นมานั้นก็คือ  นม อาหารที่หวานจัด ชา กาแฟ หรือคาเฟอีน  เครื่องดื่มบำรุงกำลัง น้ำอัดลม โดยอาหารเหล่านี้แหละค่ะที่เป็นสิ่งที่ทำให้เรื่องสิวๆ เกิดขึ้นนั้นเอง

โดยเริ่มจากนม นมสามารถเป็นตัวกระตุ่นทำให้เราเกิดสิวได้ เนื่องจากนมเป็นอาหารที่เมื่อรับประทานเข้าไปแล้ว จะย่อยยาก ทำให้เกิดการหมักหมมในกระเพาะอาหารทำให้การเจริญเติบโตของยีสต์ เมื่อมีเพิ่มมากขึ้น ก็จะไปกระตุ่นให้เกิดสิวอุดตันได้ง่ายมากขึ้นนั้นเอง โดยเราสามารถเลือกรับประทานไข่ เต้าหู้ ถั่วต่างๆ ปลาตัวเล็ก และเนื้อสัตว์เพื่อทดแทนโปรตีนและแคลเซียมจากนมได้ค่ะ

อาหารที่หวานจัดๆ ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งเช่นกันที่ทำให้กระตุ้นการเกิดสิวได้ โดยสาเหตุมาจากยีสต์ที่มีมากเกินไป และยังพวงด้วยการทำให้ฮอร์โมนเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นๆลงๆ ตลอดเวลา ซึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวขึ้นได้ง่ายๆ นั้นเอง

ชา กาแฟ คาเฟอีน เครื่องดื่มบำรุงกำลัง และน้ำอัดลม ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ไปกระตุ้นการเกิดสิวต่างๆ ขึ้นมาได้ โดยสาเหตุนั้นเกิดจาก ยีสต์เติบโตและเกิดเป็นท็อกซินเป็นของเสียในร่างกายและกระตุ้นทำให้เกิดสิวได้ง่ายๆ  โดยสังเกตได้จากคนที่เป็นสิวอักเสบที่มักจะเป็นๆ หายๆ หากลองงดอาหารและเครื่องดื่มจำพวกนี้ 1- 2 เดือนก็จะพบว่าสิวอักเสบที่เป็นๆ หายๆ ลดลงค่ะ

ที่นี้ก็ลองสำรวดดูนะคะว่าสิวที่เป็นอยู่นี้เกิดจากสาเหตุที่เราเลือกรับประทานอาหารเหล่านี้หรือไม่ หากเป็นเช่นนั้น ลองหลีกเลี่ยงดูนะคะ ไม่แน่ว่าสิวอาจจะลดลงก็ได้นะคะ

2

หน้าใสไร้สิวด้วยน้ำมันมะกอก

สาวๆ กับปัญหาเรื่องสิวๆ นั้นถือได้ว่าเป็นไม้เบื่อไม้เมากันเลยทีเดียวในการที่จะกำจัดสิวออกจากใบหน้าของเรา เพราะบางครั้งสาวๆ หลายคนมีปัญหาในการกำจัดสิวมาก เพราะบางครั้งอาจจะรุนแรงจนทำให้เกิดรอยแผล จนเราต้องมานั่งรักษาทั้งสิว และแผลที่เกิดจากการรักษาสิว ทำให้เราต้องวิตกกังวลขึ้นอีกมากเลยทีเดียว

หากใครอยากจะกำจัดสิวให้ลดน้อยลงและไม่อยากให้ใบหน้าของเราเกิดแผลเป็นจากการกำจัดสิวแล้วละก็  ลองวิธีกำจัดสิวด้วยน้ำมันมะกอกกันดูซิค่ะ ด้วยคุณสมบัติของน้ำมันมะกอกในการทำความสะอาดได้อย่างดีเยี่ยม จึงทำให้การกำจัดสิวและการเกิดสิวนั้นลดน้อยลงได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว

โดยคุณสามารถนำน้ำมันมะกอกมาทาบนใบหน้าทิ้งไว้เพียง 3 นาที โดยอาจจะนวดหน้าเพื่อเพิ่มความผ่อนคลายให้แก่ผิวบนใบหน้าของเราได้อีกทางหนึ่งด้วยก็ได้ค่ะ  หลังจากนั้นเราก็อบไอน้ำให้ผิวหน้าของเราโดยยังไม่ต้องล้างน้ำมันมะกอกออกค่ะโดยการอบไอน้ำจะไปเปิดรูขุมขนบนใบหน้าของเรา เพื่อให้น้ำมันมะกอกได้เข้าไปทำความรูขุมขนบนใบหน้าของเราได้อีกด้วย เมื่อเสร็จจากการอบไอน้ำให้แก่ผิวหน้าของเราแล้ว  เราก็ล้างออกด้วยน้ำเย็นเพื่อปิดรูขุมขนบนใบหน้าเพื่อป้องกันสิ่งสกปรกเข้าไปสะสมและอุดตันจนเกิดสิวอุดตัดบนใบหน้านั้นเองค่ะ

เพียงเท่านี้แหละค่ะ คุณก็สามารถที่จะกำจัดสิวและลดการเกิดสิวให้แก่ใบหน้าของคุณได้อย่างดีเลยทีเดียว  หากใครที่สนใจวิธีนี้ก็อย่างลืมนำไปใช้กันดูนะคะ เพราะนอกจากจะทำให้ลดปัญหาเรื่องสิวๆ แล้วน้ำมันมะกอกยังสามารถช่วยให้ใบหน้าของคุณมีผิวหน้าที่สวยใส สะอาดและไร้สิวอีกด้วยนะคะ

1

ไข่ขาวอัศวินขี่ม้าขาวขจัดสิว

เชื่อได้เลยว่าสาวหลายๆ คนต้องเคยพบกับปัญหาเรื่องสิวๆ มากวนใจอยู่เสมอ โดยเฉพาะเมื่อเจอปัญหาสิวที่ผุดขึ้นมาบนใบหน้าของเราในช่วงเวลาที่ใกล้วันสำคัญที่บรรดาสาวๆอย่างเราจะต้องโชว์ความสวยของใบหน้าอย่างเช่น งานเลี้ยงต่างๆนั้นเอง

หากเกิดปัญหาสิวผุดแบบนี้ขึ้นมาละก็ วันนี้เรามีคำแนะนำในการกำจัดสิวเจ้าปัญหานี้มาฝากกันค่ะ หากไม่อยากรอช้าแล้วละก็ เรามาดูกันเลยค่ะว่าจะใช้วิธีไหนกำจัดสิวกันดี

วิธีที่เราจะนำเสนอในการกำจัดสิวนั้นก็คือ การกำจัดสิวด้วยไข่ขาวนั้นเอง  เราสามารถนำไข่ขาวที่ส่วนใหญ่นิยมนำมาประกอบอาหารมาใช้ในการกำจัดสิวแบบเร่งด่วนได้ โดยการ ล้างหน้าให้สะอาดแล้วแต้มไข่ขาวลงในบริเวณที่เป็นสิวทิ้งไว้จนแห้ง  หลังจากนั้นจึงลอกออก เมื่อลอกออกเสร็จแล้วก็ล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย โดยไข่ขาวจะช่วยให้สิวของคุณแห้งและยุบตัวลงได้ไวกว่าปกติค่ะ

นอกจากนี้ยังสามารถพอกหน้าด้วยไข่ขาวอีกด้วย โดยการพอกหน้าด้วยไข่ขาวนี้จะสามารถช่วยกำจัดสิวเสี้ยนได้ เมื่อเราพอกไข่ขาวทั่วใบหน้าแล้ว ทิ้งไว้จนแห้งประมาณ 15 นาที หลังจากนั้นค่อยๆ ลอกไข่ขาวที่แห้งติดบนใบหน้าเบาๆมือ เพียงเท่านี้ก็จะสามารถกำจัดสิวเสี้ยนได้แล้วละคะ

ที่นี้หากใครที่กังวลว่าสิวจะหายไม่ทันไปงานสำคัญต่างๆ แล้วละก็ เลิกกังวลใจได้แล้วนะคะ เพราะตอนนี้คุณมีผู้ช่วยในการกำจัดสิวแบบเร่งด่วนด้วยไข่ขาวแล้ว ก็อย่าลืมนำวิธีดีดีแบบนี้มาใช้กัน นอกจากจะช่วยให้สิวของคุณลดน้อยลงได้อย่างรวดเร็วแล้ว ยังช่วยให้คุณสามารถประหยัดเงินในกระเป๋าได้เป็นอย่างดีอีกด้วยค่ะ

Teenage girl touching face while friend watches

กำจัดสิวอุดตันเผยผิวหน้าใสกันเถอะ

สิวอุตันนั้นถือว่าเป็นสิวที่สร้างความปวดหัวให้สาวๆ เป็นอันดับต้นๆ เลยทีเดียว เพราะสิวอุดตันนั้นถือได้ว่าเป็นสิวที่รักษายาก และสาเหตุของสิวอุดันก็เกิดจากการรักษาความสะอาดของใบหน้าไม่สะอาดนั้นเอง เมื่อใบหน้าของเราไม่สะอาดแล้ว สิ่งสกปรกต่างๆ ก็จะไปอุดตันบนใบหน้าของเราทำให้เกิดเป็นสิวอุดตัน บางครั้งอาจจะลามจนกลายไปเป็นสิวอักเสบนั้นเอง

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องสิวๆ อย่างสิวอุดตันและอยากที่จะรักษาสิวอุดตันให้หาย ลองมาดูคำแนะนำในการที่จะกำจัดสิวอุดตันให้หายไปจากใบหน้าของเรากันเลยค่ะ โดยเริ่มจาก

อันดับแรกเราควรที่จะรักษาความสะอาดของใบหน้าด้วยคลีนเซอร์สูตรอ่อนโยนทุกวันเพราะความสกปรกเป็นบ่อเกิดสำคัญที่จะทำให้เกิดสิวอุดตันนั้นเอง

อันดับที่สอง สครับใบหน้าอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง หลังจากนั้นควรหมั่นอบไอน้ำผิวให้หน้าอย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อเปิดรูขุมขนให้ไอน้ำเข้าไปทำความสะอาดสิ่งสกปรกตามรูขุมขนบนใบหน้าได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งควรหลีกเลี่ยงครีมบำรุงผิวที่มีน้ำมันทุกชนิด เพราะหากทำให้หน้ามันแล้วละก็ ต่อให้หน้าสะอาดแค่ไหน ปัญหาสิวอุดตันก็กลับมาสร้างความรำคาญใจให้สาวๆ อีกแน่นอน

อันดับสุดท้ายเมื่อทำความสะอาดแล้วก็ควรที่กำจัดสิวอุดตันด้วยเปลือกส้มหรือเปลือกมะนาวสับละเอียดผสมโยเกิร์ตแล้วนำมาพอกหน้าเพื่อบำรุงผิวหน้าให้กระจ่างสดใส และแถมยังช่วยให้ผิวหน้าของเรากำจัดสิวเสี้ยนและสิวอุดตันได้เป็นอย่างดีอีกด้วยละคะ

เป็นยังไงบ้างค่ะ หากไม่อยากมีสิวอุดตันให้รำคาญแล้วละก็อย่าลืมนำวิธีดีดีแบบนี้ไปลองใช้กันดูนะคะ รับรองไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ

Close-up of a smiling woman eating a salad

มากินอาหารให้เป็นยากันเถอะ

Close-up of a smiling woman eating a salad

อาหารไทย เป็นอาหารที่ประกอบไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ และมีสรรพคุณทางยาอย่างมาก เพราะอาหารไทยมีการนำสมุนไพรในแต่ละชนิดมาผสมกันอย่างลงตัว เพื่อรักษาความสมดุลของร่างกายได้อย่างเหมาะสมกับภูมิอากาศของแต่ละภาคแต่ละพื้นที่ ทำให้คนในแต่ละพื้นที่ได้รับการการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม เช่น คนใต้เป็นคนที่ชอบทานอาหารเผ็ด รสจัด อากาศร้อนจากลมทะเล อาหารหลายอย่างจึงใส่ขมิ้นเพื่อดูแลรักษากระเพาะอาหาร ฯลฯ

โชคดีของคนไทย ที่มีอาหารเป็นเสมือนยารักษาตนเอง ยามไม่สบายก็มีสมุนไพรริมรั้วในเบื้องต้น แทบไม่ต้องเสี่ยงกับยาทางวิทยาศาสตร์ เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ใช้สืบต่อกันมา เชื่อถือได้ เพราะเป็นการทำต่อๆ กันมา แต่จะเห็นผลได้ช้ากว่ายาวิทยาศาสตร์ ที่สำคัญไม่ค่อยมีผลร้ายต่อสุขภาพ โรคพื้นฐานที่อาหารดูแลรักษาได้ เช่น โรคหวัด อาการไอ เจ็บคอ คลื่นไส้อาเจียน ร้อนใน รำมะนาด ดับกลิ่นปาก ท้องผูก ขับพยาธิ ฯลฯ

1.2

ถ้าคิดจะบำรุงสุขภาพให้แข็งแรงด้วยอาหาร ควรบริโภคอาหารที่เสริมพลังเป็นประจำ เช่น พืชจำพวกเห็ด พืชผักผลไม้สีเขียว แครอท มะเขือเทศ ต้นหอม กระเทียม ใบชา(ควรเป็นชาสดที่ไม่ผ่านการบ่มและชาเขียว)

นอกจากนี้ควรพยายามบริโภคอาหารที่ปรุงผสมด้วยสมุนไพรจีนประเภทเพิ่มพลังบ้าง เช่น หวงฉี เก๋ากี้ พุทราจีน โสม ฮว๋ายซาน และลูกเดือย ฯลฯ

น้ำมันที่ใช้ในการประกอบอาหาร ควรเน้นน้ำมันมะกอก เพราะอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติ เป็นแหล่งรวมสิ่งที่มีคุณค่า อุดมไปด้วยกรดไขมันทั้งชนิดไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน สามารถเพิ่มระดับไขมันชนิดดี(HDL-C) ในเลือดได้ และลดระดับความเข้มข้นของไขมันชนิดเลว (LDL-C)

1.3

 

คนเรามีวัยที่แตกต่างกัน จึงต้องเลือกรับประทานอาหารที่มีคุณลักษณะและปริมาณที่แตกต่างกันด้วย

– อาหารของเด็ก ควรเน้นการอาหารที่บำรุงม้ามและกระเพาะอาหารเป็นสำคัญ

– คนวัยกลางคน ควรเลือกอาหารที่ช่วยยืดอายุและชะลอความชรา

– ผู้สูงอายุก็ควรเลือกอาหารที่ให้การบำรุงทั่วทุกด้าน แต่เน้นเรื่องการย่อยง่าย ร่างกายดูดซึมนำไปใช้ได้ง่าย เพราะอวัยวะของผู้สูงอายุเสื่อมแล้วการดูดซึมก็เป็นเรื่องยาก

1.4

ธาตุในร่างกายของคนเราก็แตกต่างกัน เราต้องเลือกอาหารให้ตรงกับธาตุ เพื่อปรับความสมดุลของร่างกาย

– ผู้มีธาตุเย็น ควรรับประทาน เนื้อแพะ  เนื้อวัว เนื้อไก่ ต้นหอม กุยช่าย พริก กระเทียม เนื้อลำไยแห้ง

– ผู้มีธาตุร้อน ควรรับประทาน ถั่วเขียว ผักคื่นไช่ แตงโม สาลี่สด รากบัว แห้ว รากต้นอ้อ

– ผู้ที่มีธาตุเป็นกลางๆ ควรรับประทาน เนื้อหมู ไข่ไก่ แมงกะพรุน เห็ดหูหนูขาว ถั่วลันเตา หัวใชเท้า ฮว๋ายซาน ผักปวยเล้ง มะเขือเทศ ผักกาดขาว ถั่วแขก

มีอาหารที่เป็นยาอีกมากมาย ค่อยๆ เรียนรู้ให้เหมาะสมกับร่างกาย เหมาะสมกับธาตุของเรา เพื่อจะได้ไม่ผิดธาตุ ทำให้ร่างกายสมดุล แข็งแรง เหมาะกับอายุขัยของเรา เพราะการกินอาหารส่งผลต่อรูปร่าง พฤติกรรม อารมณ์ความรู้สึก รวมถึงเป็นการสะสมโรคที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ ถ้าเราไม่พึงระมัดระวังในการกินอาหารให้เหมาะสมกับสภาพร่างกาย สภาพความเป็นธาตุ สภาพอายุขัย ศึกษาให้เข้าใจแล้วค่อยๆ ปรับการรับประทานอาหารให้เหมาะ ไม่เลือกรับประทานตามใจปาก แต่มีสติก่อนรับประทานทุกอย่างย่อมออกมาสวยงามค่ะ

Save

17.1

ของชำร่วยป้ายห้อยกระเป๋า ป่าวประกาศผู้เป็นเจ้าของหัวใจให้ชัดเจนตลอดเส้นทางรัก

ของชำร่วย เป็นสิ่งของอันเล็กน้อยที่มีขนาดกะทัดรัด มีไว้สำหรับมอบแทนคำขอบคุณแขกผู้มีเกียรติในงานมงคลได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะของชำร่วยงานแต่งงานด้วยแล้วยิ่งมีของชำร่วยหลากหลายชิ้น หลายแบบ หลากดีไซน์และราคาแตกต่างกันมาให้เลือกมากมาย

สำหรับการพิจารณาเลือกของชำร่วยแต่งงาน เชื่อว่าบ่าวสาวจะต้องพิจารณาถึงหลักการของการใช้สอยเป็นหลัก นอกจากของชำร่วยสวยๆ น่ารักแล้ว ประโยชน์ในการนำมาใช้งานจริงนั้นก็นับเป็นอีกหนึ่งข้อที่ทำให้หลายคู่พิจารณานำมาเลือกใช้กันเป็นอย่างมาก เช่นกันกับของชำร่วยป้ายห้อยกระเป๋านี้ เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งของชำร่วยที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของคุณสองคนได้อย่างตรงใจ เรามาดูกันดีกว่านะคะว่าของชำร่วยป้ายห้อยกระเป๋านี้มีดีอย่างไร

17.1

ของชำร่วยป้ายยางห้อยกระเป๋ารูปคู่หนุ่มสาว

เป็นของชำร่วยดีไซน์สวยเด่นสะดุดตามาแต่ไกลเลยค่ะ ด้วยดีไซน์บนแผ่นป้ายที่เป็นรูปการ์ตูนหญิงสาวและชายหนุ่มคู่กัน ตัวการ์ตูนสองคู่แสดงความรัก ความหวานซึ้งและถ่ายทอดความโรแมนติกให้กันอย่างสุดซึ้งทีเดียว อีกทั้งป้ายนี้ยังเป็นสีชมพูที่ให้เอกลักษณ์ความหวานอย่างมาก เหมาะมากที่สุดสำหรับคู่รักที่ต้องการเลือกของชำร่วยแต่งงานสีสันหวานๆ เพื่อสะท้อนความรักสุดหวานให้ติดตรึงหัวใจกันยาวนานต่อไป ของชำร่วยชิ้นนี้จำหน่ายเพียงราคาชิ้นละ 28 บาทเท่านั้น แถมยังมีให้เลือกสองสีด้วยนะคะ ได้แก่ สีชมพูและสีฟ้า สองสีนี้เป็นสีแห่งความรักที่หวานสดใสดีที่สุด อยากชนะใจคนรับ..เลือกใช้กันเลยดีกว่า

 

17.2

ของชำร่วยป้ายห้อยกระเป๋ารูปหัวใจ

อีกหนึ่งของชำร่วยป้ายห้อยกระเป๋าซึ่งเป็นดีไซน์รูปหัวใจ มีให้เลือกสองสีเช่นกัน ได้แก่ สีชมพูและสีฟ้า โทนสีสดใสสะท้อนถึงกลิ่นอายความรักหวานๆ และมีสีสันงดงาม ด้วยลวดลายดอกไม้ที่มีนกคู่เคียงข้างประดับแต่ง ราคาเพียงชิ้นละ 26 บาท ไม่แพงอย่างที่คิดเลยค่ะ ยิ่งสั่งมากก็จะยิ่งได้ส่วนลดที่คุ้มค่าเช่นกัน ใครที่อยากมอบป้ายห้อยกระเป๋าสัญลักษณ์รูปหัวใจเพื่อสะท้อนวันแห่งความทรงจำงดงามของคุณนี้ อย่าพลาดเลือกใช้ของชำร่วยป้ายห้อยกระเป๋าหัวใจนี้กันนะคะ

17.3

ของชำร่วยป้ายห้อยกระเป๋าหนังสี่เหลี่ยมสองสี

ป้ายห้อยกระเป๋านับว่าเป็นของจำเป็นใช้สำหรับติดกระเป๋าในวันเดินทางอย่างมาก ใครที่พลาดของชำร่วยชิ้นนี้อาจจะต้องแอบเสียดายกันเลยทีเดียว เพราะนอกจากความสุดคุ้มในการใช้งานได้จริงแล้วยังเป็นของชำร่วยที่มีราคาไม่แพงอีกด้วย อย่างของชำร่วยป้ายห้อยกระเป๋าหนังสี่เหลี่ยมสองสีนี้ก็มีให้เลือกใช้คละสี แถมราคาเพียงแค่ 18 บาทเท่านั้น นับเป็นอีกหนึ่งไอเดียของชำร่วยงานแต่งงานที่มีเอกลักษณ์ความโดดเด่น ทันสมัย ทำให้งานของคุณเป็นงานมลคลที่นำความประทับใจมาสู่ผู้ร่วมงานไม่น้อยไปตามๆ กันเลย

ป้ายห้อยกระเป๋า..โดยปกติก็มีความสำคัญอยู่แล้ว ยิ่งหากคุณเลือกใช้ก็จะยิ่งสะท้อนความหมายดีงาม กล่าวคือป้ายนี้จะทำให้การเดินทางของคุณสองคน บนเส้นทางเดินแห่งรักจะติดตรึงด้วยรักจากกันและกันอย่างชัดเจน สะท้อนความเป็นเจ้าของหัวใจกันได้เป็นอย่างดี ความหมายดีและน่าประทับใจแบบนี้ ไม่เลือกใช้..ไม่ได้ซะแล้ว!

Save